เรื่อง
การสั่งให้คนที่เกิดในราชอาณาจักรและไม่ได้รับสัญชาติไทย
โดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว
โดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว
โดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม
พ.ศ. 2559 อนุมัติหลักเกณฑ์การให้สัญชาติไทยเพื่อการแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียน
นักศึกษาและบุคคลไร้สัญชาติที่เกิดในราชอาณาจักรตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ
โดยให้บุตรของชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่เกิดในราชอาณาจักรหรือเด็กและบุคคลที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ในสถาบันการศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาแล้วที่เกิดในราชอาณาจักรโดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าวอื่นที่ไม่ใช่ชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ตามที่กระทรวงมหาดไทยจัดทำทะเบียนประวัติ
หรือไม่ปรากฏบิดามารดาหรือถูกบิดามารดาทอดทิ้งตั้งแต่วัยเยาว์
และมีคุณสมบัติตามที่กำหนด ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7
ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เรื่องอนุมัติหลักเกณฑ์การกำหนดสถานะบุคคลกลุ่มเป้าหมายตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล
และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559
เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์การได้สัญชาติไทยของคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลของเด็กนักเรียนนักศึกษาและบุคคลไร้สัญชาติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิก
(1) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง
การสั่งให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว
ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป และการให้สัญชาติไทยเป็นการเฉพาะราย ลงวันที่ 26
กันยายน พ.ศ. 2555
(2) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง
การสั่งให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว
ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป และการให้สัญชาติไทยเป็นการเฉพาะราย (ฉบับที่ 2)
ลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ข้อ 2 ให้บุตรของคนที่อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรและอาศัยอยู่เป็นเวลานาน
ครอบคลุมกลุ่มชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติไว้เดิมรับรองสถานะให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักร
อาทิ กลุ่มเวียดนามอพยพ อดีตทหารจีนคณะชาติ จีนฮ่ออพยพพลเรือน จีนฮ่ออิสระ ไทยลื้อ ผู้อพยพเชื้อสายไทยจากจังหวัดเกาะกง
ประเทศกัมพูชา ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าเชื้อสายไทย ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า
เนปาลอพยพ ชาวเขา บุคคลบนพื้นที่สูงหรือชุมชนบนพื้นที่สูง ลาวภูเขาอพยพ
ม้งถ้ำกระบอก ผู้หลบหนีเข้าเมืองจากพม่า อดีตโจรจีนคอมมิวนีสต์มาลายา
ผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวกัมพูชา ชาวมอร์แกน
และคนที่อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรและอาศัยอยู่เป็นเวลานานที่ได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่
18 มกราคม พ.ศ. 2548 ให้ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป ภายใต้เงื่อนไขดังนี้
(1)
บิดาหรือมารดาที่อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรและอาศัยอยู่เป็นเวลานานตามวรรคหนึ่ง
ต้องมีหรือเคยมีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนประวัติหรือเอกสารการทะเบียนราษฎร มีเลขประจำตัวประชาชน
13 หลัก ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และต้องเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าปีนับถึงวันที่บุตรยื่นคำร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนเพื่อขอมีสัญชาติไทย
(2) มีหลักฐานแสดงว่าเกิดในราชอาณาจักร ได้แก่
สูติบัตร ทะเบียนการเกิด หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. 20/1) หรือหนังสือรับรองสถานที่เกิด
และต้องมีรายการบุคคลในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร
แล้วแต่กรณี
(3) ไม่ปรากฏหลักฐานการมีและใช้สัญชาติอื่น
(4) พูดและฟังภาษาไทยเข้าใจได้
ยกเว้นเด็กที่มีอายุต่ำกว่าเจ็ดปี
(5) มีความจงรักภักดีและเลื่อมใสระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
(6) มีความประพฤติดี
ไม่มีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง
และถ้าเคยรับโทษคดีอาญาต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือลหุโทษ
ข้อ 3 ให้เด็กและบุคคลที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ในสถาบันการศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาแล้วโดยบิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าวอื่นที่ไม่ใช่ชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ตามข้อ
2 หรือไม่ปรากฏบิดามารดาหรือบิดามารดาทอดทิ้งตั้งแต่วัยเยาว์
ให้ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป ภายใต้เงื่อนไขดังนี้
(1) มีหลักฐานแสดงว่าเกิดในราชอาณาจักร ได้แก่
สูติบัตร ทะเบียนการเกิด หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. 20/1)
หรือหนังสือรับรองสถานที่เกิด
และต้องมีรายการบุคคลในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร
แล้วแต่กรณี
(2) ไม่ปรากฏหลักฐานการมีและใช้สัญชาติอื่น
(3) พูดและฟังภาษาไทยเข้าใจได้
(4) มีความจงรักภักดีและเลื่อมใสระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
(5) มีความประพฤติดี
ไม่มีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง
และถ้าเคยรับโทษคดีอาญาต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือลหุโทษ
(6)
มีหลักฐานแสดงว่าจบการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาในราชอาณาจักรซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะ
แต่ถ้าเป็นผู้ที่เรียนจบการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าจากสถาบันในต่างประเทศจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาจากหน่วยงานของรัฐ
(7) สำหรับเด็กและบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ 3 (1)
- (5) และอยู่ระหว่างการศึกษาในสถาบันการศึกษา หากมีความจำเป็นต้องขอมีสัญชาติไทย
ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน
(8) สำหรับเด็กและบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ 3 (1)
- (5) และเป็นผู้ที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือบิดามารดาทอดทิ้งตั้งแต่วัยเยาว์
ถ้าไม่จบการศึกษาตาม (6)
ต้องมีหนังสือรับรองความเป็นคนไร้รากเหง้าจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
และต้องมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรติดต่อกันไม่น้อยกว่าสิบปีนับถึงวันที่ผู้นั้นยื่นคำร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนเพื่อขอมีสัญชาติไทย
ข้อ 4 ให้ผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรและไม่ได้รับสัญชาติไทย
ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศจนเป็นที่ประจักษ์ ให้ได้สัญชาติไทยเป็นการเฉพาะราย
ภายใต้เงื่อนไขดังนี้
(1) มีหลักฐานแสดงว่าเกิดในราชอาณาจักร ได้แก่
สูติบัตร ทะเบียนการเกิด หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. 20/1)
หรือหนังสือรับรองสถานที่เกิด
(2) มีภูมิลำเนาอยู่ต่อเนื่องในราชอาณาจักร
โดยมีรายการบุคคลในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร
แล้วแต่กรณี
(3) ไม่ปรากฏหลักฐานการมีและใช้สัญชาติอื่น
(4) มีความจงรักภักดีและเลื่อมใสระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
(5) มีความประพฤติดี
ไม่มีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง
และถ้าเคยรับโทษคดีอาญาต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือลหุโทษ
(6) ประกอบอาชีพสุจริต และ
(7) เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศโดยมีผลงานหรือความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นที่ประจักษ์และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง
โดยมีหนังสือรับรองการทำคุณประโยชน์หรือผลงานในสาขาต่าง ๆ
จากส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐระดับกรมหรือเทียบเท่ากรมที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
(ก) การศึกษา หรือการกีฬา
(ข) ศิลปวัฒนธรรม
(ค) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ
(ง) สาขาที่ขาดแคลน หรือสาขาอื่น
ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นสมควร
ข้อ 5 ให้ผู้ดำรงตำแหน่งต่อไปนี้
เป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติและสั่งให้ลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎรของผู้ที่จะได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไปตามข้อ
2 และข้อ 3 ของประกาศนี้
(1) ผู้ขอมีสัญชาติไทยที่มีภูมิลำเนาตามทะเบียนราษฎรอยู่ในกรุงเทพมหานคร
ให้อธิบดีกรมการปกครองเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติและสั่งให้ลงรายการสัญชาติไทยสำหรับผู้ขอมีสัญชาติไทยที่มีอายุเกินกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย
และให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง
เป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติและสั่งให้ลงรายการสัญชาติไทยสำหรับผู้ขอมีสัญชาติไทยที่มีอายุ
ไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย
(2)
ผู้ขอมีสัญชาติไทยที่มีภูมิลำเนาตามทะเบียนราษฎรอยู่ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติและสั่งให้ลงรายการสัญชาติไทยสำหรับผู้ขอมีสัญชาติไทยที่มีอายุเกินกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย
และให้นายอำเภอเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติและสั่งให้ลงรายการสัญชาติไทยสำหรับผู้ขอมีสัญชาติไทยที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย
ในกรณีผู้ขอมีสัญชาติไทยตามข้อ 2 หรือข้อ 3
แล้วแต่กรณี มีคุณสมบัติครบถ้วนก่อนหรือในวันที่มีประกาศนี้
ให้บุคคลนั้นได้สัญชาติไทยนับตั้งแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ
สำหรับผู้ขอมีสัญชาติไทยที่มีคุณสมบัติครบถ้วนหลังจากวันที่มีประกาศนี้
ให้บุคคลนั้นได้สัญชาติไทยนับตั้งแต่วันที่บุคคลตาม (1) หรือ (2)
มีคำสั่งให้ลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎร
ข้อ 6 หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอมีสัญชาติไทย
การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอมีสัญชาติไทย
และแบบพิมพ์ที่ใช้เพื่อการปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้
ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมการปกครองประกาศกำหนด โดยให้กำหนดระยะเวลาดำเนินการแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน ทั้งนี้ ให้ยกเว้นการตรวจคุณสมบัติในเรื่องความประพฤติ
การกระทำความผิดที่เป็นโทษทางอาญา และพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ
สำหรับผู้ขอมีสัญชาติไทยที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์
ข้อ 7 ผู้ใดได้รับสัญชาติไทยตามประกาศนี้แล้ว ภายหลังปรากฏว่าการได้มาซึ่งสัญชาติไทยไม่เป็นไปตามลักษณะหรือเงื่อนไขตามประกาศนี้
หรือบุคคลดังกล่าวกระทำการใด ๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือขัดต่อประโยชน์ของรัฐหรือเป็นการเหยียดหยามประเทศชาติ
หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติที่ทราบเหตุแห่งพฤติการณ์ดังกล่าวรายงานต่ออธิบดีกรมการปกครองเพื่อดำเนินการถอนสัญชาติไทยของผู้นั้นตามกฎหมาย
ข้อ 8 บรรดาคำร้องขอมีสัญชาติไทยที่ได้ยื่นไว้ก่อนประกาศนี้และคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาให้สัญชาติไทยแก่ชนกลุ่มน้อย
หรือคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาให้สัญชาติไทยและให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายแก่ชนกลุ่มน้อยระดับจังหวัด
ตามข้อ 5/1 ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง
การสั่งให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว
ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป และการให้สัญชาติไทยเป็นการเฉพาะราย ลงวันที่ 26
กันยายน พ.ศ. 2555 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง
การสั่งให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว
ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป และการให้สัญชาติไทยเป็นการเฉพาะราย (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปจนเสร็จสิ้นตามประกาศดังกล่าว
สำหรับคำร้องขอมีสัญชาติไทยที่ได้ยื่นไว้ก่อนประกาศนี้และคณะอนุกรรมการฯ
ตามวรรคหนึ่งยังไม่ได้พิจารณาหรือเคยมีคำแนะนำให้แก้ไข
ให้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้
ข้อ 9 ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามประกาศฉบับนี้
และให้มีอำนาจวินิจฉัยปัญหาและแก้ไขอุปสรรคเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ปริยานุช/จัดทำ
16 มีนาคม 2560
ชวัลพร/ตรวจ
10 เมษายน 2560

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น