ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กฏกระทรวง : การจดทะเบียนชื่อสกุลและค่าธรรมเนียม 2550

ฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจดทะเบียนชื่อสกุล
และค่าธรรมเนียมการออกหนังสือสำคัญ
พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]
                  

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ วรรคสาม มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. ๒๕๐๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑  ให้ยกเลิก
(๑) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. ๒๕๐๕
(๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. ๒๕๐๕
(๓) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. ๒๕๐๕

ข้อ ๒  ผู้ใดประสงค์จะจดทะเบียนตั้งชื่อสกุลตามมาตรา ๙ หรือตั้งชื่อสกุลใหม่ตามมาตรา ๑๗ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอดังกล่าวต่อนายทะเบียนท้องที่ ณ สำนักงานเขตที่ว่าการอำเภอ หรือที่ว่าการกิ่งอำเภอที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ข้อ ๓  ผู้อุปการะเลี้ยงดูเด็ก หรือเจ้าของสถานพยาบาล สถานสงเคราะห์ หรือสถานอุปการะเลี้ยงดูเด็ก ประสงค์จะจดทะเบียนตั้งชื่อสกุลของเด็กตามมาตรา ๑๕ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอดังกล่าวต่อนายทะเบียนท้องที่ ณ สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ หรือที่ว่าการกิ่งอำเภอที่ผู้อุปการะเลี้ยงดูเด็กมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือที่สถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่

ข้อ ๔  เมื่อนายทะเบียนท้องที่ได้รับคำขอตามข้อ ๒ หรือข้อ ๓ แล้ว ให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่สำนักทะเบียนนั้นไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับเครือข่ายข้อมูลของสำนักทะเบียนกลางตามที่กระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนด ให้ตรวจสอบคำขอตั้งชื่อสกุลกับรายการในทะเบียนบ้านและพิจารณาชื่อสกุลที่ขอ เมื่อเห็นว่าไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. ๒๕๐๕ ให้บันทึกความเห็นเสนอไปยังนายทะเบียนจังหวัดเพื่อเสนอนายทะเบียนกลางพิจารณาอนุมัติ
(๒) ในกรณีที่สำนักทะเบียนนั้นสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับเครือข่ายข้อมูลของสำนักทะเบียนกลางตามที่กระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนด ให้ตรวจสอบคำขอตั้งชื่อสกุลกับรายการในทะเบียนบ้านและพิจารณาชื่อสกุลที่ขอ เมื่อเห็นว่าไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. ๒๕๐๕ ให้นายทะเบียนท้องที่นั้นพิจารณาอนุมัติได้โดยไม่ต้องได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนกลาง
เมื่อได้มีการอนุมัติตาม (๑) หรือ (๒) แล้ว ให้นายทะเบียนท้องที่รับจดทะเบียนตั้งชื่อสกุลนั้นและออกหนังสือสำคัญแสดงการรับจดทะเบียนตั้งชื่อสกุลให้แก่ผู้ขอตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ ๕  ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้
(๑) การออกหนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อรอง    ฉบับละ     ๕๐ บาท
(๒) การออกหนังสือสำคัญแสดงการรับจดทะเบียนตั้งชื่อสกุล   ฉบับละ   ๑๐๐ บาท
(๓) การออกหนังสือสำคัญแสดงการรับจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อสกุล
(ก) การเปลี่ยนชื่อสกุลเพราะเหตุสมรส
(๑) การเปลี่ยนครั้งแรกภายหลังการจดทะเบียนสมรส
หรือเปลี่ยนเพราะการสมรสสิ้นสุดลง ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
(๒) การเปลี่ยนครั้งต่อๆ ไป                              ฉบับละ     ๕๐ บาท
(ข) การเปลี่ยนชื่อสกุลเพราะเหตุอื่น                         ฉบับละ   ๑๐๐ บาท
(๔) การออกใบแทนหนังสือสำคัญตาม (๑) (๒) หรือ (๓)        ฉบับละ     ๒๕ บาท

ข้อ ๖  คำขอตั้งชื่อสกุลที่ได้ยื่นต่อนายทะเบียนท้องที่ไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับให้ดำเนินการต่อไปตามกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. ๒๕๐๕


ให้ไว้ ณ วันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
อารีย์  วงศ์อารยะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. ๒๕๐๕ โดยพระราชบัญญัติชื่อบุคคล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ ในเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจดทะเบียนชื่อสกุล และการกำหนดค่าธรรมเนียมการออกหนังสือสำคัญ สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจดทะเบียนชื่อสกุล และค่าธรรมเนียมการออกหนังสือสำคัญ ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติดังกล่าว  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้



























วิภา/ผู้จัดทำ
๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
พัสสน/ผู้ตรวจ
๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๓





[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๓๕ ก/หน้า ๒๗/๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย : กรรมการหมู่บ้านฯ 2551

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเป็นกรรมการหมู่บ้าน การปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๑                         อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ และมาตรา ๒๘ ตรี แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า  “ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การเป็นกรรมการหมู่บ้าน การปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๑ ” ข้อ ๒ [ ๑]   ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัด...

ระเบียบกระทรวง มท : การช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ชรบ. 2551

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการช่วยเหลือเจ้าพนักงานของหน่วยกำลังคุ้มครอง และรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๑                    ด้วยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดอื่น ๆ ที่มีสถานการณ์ด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย จังหวัดและอำเภอได้มีการจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ทั้งในหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง และหมู่บ้านปกติ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับมาตรา ๙๔ มาตรา ๙๕ และมาตรา ๑๐๒ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ และมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า  “ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการช่วยเหลือเจ้าพนักงานของหน่วยก...

สรุป : พรบ.ปกครองท้องที่ 2457 (KPI)

เรียบเรียงโดย  : อาจารย์บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ และคณะ ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ  : รศ.ดร.ปธาน สุวรรณมงคล การปกครองท้องที่ เริ่มต้นในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ด้วยทรงมีพระราชดำริให้มีการจัดระเบียบการปกครองระดับ “หมู่บ้าน” ที่มีมาแต่เดิมขึ้นใหม่ เพราะทรงเล็งเห็นว่าการปกครองในระดับนี้จำเป็นและสำคัญยิ่งใน การบริหารราชการแผ่นดิน  เนื่องจากเป็น หน่วยการปกครองที่ใกล้ชิดกับราษฎรมากที่สุด โดยได้ทรงให้มีการทดลองจัดระเบียบการปกครองตำบล หมู่บ้าน ขึ้นที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อ ร.ศ. 111 (พ.ศ. 2435) โดยให้ราษฎรเลือก ผู้ใหญ่บ้านแทนการแต่งตั้งโดย เจ้าเมือง  ต่อมาจึงได้มีการจัดระเบียบการปกครองตำบล หมู่บ้าน ตามหัวเมืองต่างๆ โดยตราเป็น พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ร.ศ. 116  (พ.ศ.2440) ซึ่งถือเป็น กฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ ฉบับแรกของประเทศไทย จนถึงสมัย รัชกาลที่ 6  ได้มีการตราพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 ขึ้นใช้บังคับแทน [1] เนื้อหา  [ ซ่อน ]  1 ความสำคัญของลักษณะการปกครองท้องที่ 2 หมู่บ้...