ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย : ระเบียบชันสูตรพลิกศพของพนักงานฝ่ายปกครอง 2543


ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยระเบียบการปฏิบัติหน้าที่
ชันสูตรพลิกศพของพนักงานฝ่ายปกครอง
พ.ศ. 2543
                  

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดการปฏิบัติหน้าที่ผู้ชันสูตรพลิกศพของพนักงานฝ่ายปกครอง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2542 และมาตรา 150 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2542 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1  ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการปฏิบัติหน้าที่ชันสูตรพลิกศพของพนักงานฝ่ายปกครอง พ.ศ. 2543

ข้อ 2[1]  ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2543 เป็นต้นไป

ข้อ 3  พนักงานฝ่ายปกครองตำแหน่งตั้งแต่ระดับปลัดอำเภอหรือเทียบเท่าขึ้นไปหมายความถึงผู้ดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
(1) ในจังหวัดอื่น ได้แก่ ปลัดอำเภอ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ นายอำเภอ ป้องกันจังหวัด จ่าจังหวัด ปลัดจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด
(2) ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เจ้าพนักงานปกครอง นิติกร หัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่ม หัวหน้าฝ่าย ผู้อำนวยการส่วน ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการสำนักกรมการปกครอง ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง รองอธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมการปกครอง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และปลัดกระทรวงมหาดไทย

ข้อ 4  ในกรณีที่มีความตายเกิดขึ้น โดยการกระทำของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ให้พนักงานฝ่ายปกครองตามข้อ 3 แห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ เป็นผู้ชันสูตรพลิกศพร่วมกับพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวนและแพทย์

ข้อ 5  เมื่อได้รับแจ้งว่ามีความตายเกิดขึ้นตามข้อ 4 ให้ปฏิบัติ ดังนี้
(1) ในจังหวัดอื่น ให้นายอำเภอ หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ หรือปลัดอำเภอแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่เป็นผู้ชันสูตรพลิกศพร่วมกับพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวนและแพทย์
(2) ในกรุงเทพมหานคร ให้เจ้าพนักงานปกครอง นิติกร หัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่ม และหัวหน้าฝ่าย ในกองการสอบสวนและนิติการ ผู้อำนวยการกองการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งและมอบหมายท้องที่ที่รับผิดชอบจากอธิบดีกรมการปกครองเป็นผู้ชันสูตรพลิกศพร่วมกับพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวนและแพทย์

ข้อ 6  เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
(1) ในจังหวัดอื่น เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่า ความตายที่เกิดขึ้นตามข้อ 4 เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจหรือสะเทือนขวัญของประชาชน หรืออาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจเข้าไปร่วมให้คำปรึกษาหรือให้คำแนะนำแก่พนักงานฝ่ายปกครองผู้ทำหน้าที่ร่วมชันสูตรพลิกศพ หรือจะมอบหมายให้ป้องกันจังหวัด จ่าจังหวัด ปลัดจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด คนหนึ่งคนใด หรือหลายคน ปฏิบัติหน้าที่ให้คำแนะนำแทนตนได้ แต่การลงชื่อในรายงานการชันสูตรพลิกศพให้เป็นหน้าที่ของพนักงานฝ่ายปกครองผู้ทำหน้าที่ร่วมชันสูตรพลิกศพเช่นเดิม เว้นแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดประสงค์จะเข้าร่วมชันสูตรพลิกศพด้วยตนเองหรือมอบหมายให้ผู้อื่นปฏิบัติหน้าที่แทน ให้แจ้งให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอหรือพนักงานฝ่ายปกครองผู้ทำหน้าที่ร่วมชันสูตรพลิกศพนั้นทราบโดยพลัน กรณีเช่นนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงชื่อร่วมในรายงานการชันสูตรพลิกศพของพนักงานสอบสวน
(2) ในกรุงเทพมหานคร เมื่อปลัดกระทรวงมหาดไทย เห็นว่า ความตายที่เกิดขึ้นตามข้อ 4 เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจหรือสะเทือนขวัญของประชาชนหรืออาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อาจเข้าไปร่วมให้คำปรึกษาหรือให้คำแนะนำแก่พนักงานฝ่ายปกครองผู้ทำหน้าที่ร่วมชันสูตรพลิกศพหรือจะมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง รองอธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมการปกครอง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย คนหนึ่งคนใด หรือหลายคนปฏิบัติหน้าที่ให้คำแนะนำแทนตนได้ แต่การลงชื่อในรายงานการชันสูตรพลิกศพให้เป็นหน้าที่ของพนักงานฝ่ายปกครองผู้ทำหน้าที่ร่วมชันสูตรพลิกศพเช่นเดิม เว้นแต่ปลัดกระทรวงมหาดไทยประสงค์จะเข้าร่วมชันสูตรพลิกศพด้วยตนเองหรือมอบหมายให้ผู้อื่นปฏิบัติหน้าที่แทน ให้แจ้งให้อธิบดีกรมการปกครองหรือผู้อำนวยการกองการสอบสวนและนิติการหรือพนักงานฝ่ายปกครองผู้ทำหน้าที่ร่วมชันสูตรพลิกศพนั้นทราบโดยพลัน กรณีเช่นนี้ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงชื่อร่วมในรายงานการชันสูตรพลิกศพของพนักงานสอบสวน

ข้อ 7  เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและการบริหารราชการแผ่นดิน ปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบหมายอาจเข้าไปร่วมให้คำปรึกษา หรือให้คำแนะนำแก่พนักงานฝ่ายปกครองผู้ทำหน้าที่ร่วมชันสูตรพลิกศพในจังหวัดอื่นได้

ข้อ 8  ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้ปฏิบัติดังนี้
(1) ในจังหวัดอื่น ถ้าผู้ชันสูตรพลิกศพตามข้อ 5 (1) ไม่สามารถจะทำการชันสูตรพลิกศพให้เสร็จโดยเร็วได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมอบหมายให้ป้องกันจังหวัด จ่าจังหวัด ปลัดจังหวัด หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัด คนหนึ่งคนใด หรือหลายคน เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพกับพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวนและแพทย์ได้ โดยให้พนักงานฝ่ายปกครองแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่เป็นผู้ลงชื่อในรายงานการชันสูตรพลิกศพของพนักงานสอบสวน
(2) ในกรุงเทพมหานคร ถ้าผู้ชันสูตรพลิกศพตามข้อ 5 (2) ไม่สามารถจะทำการชันสูตรพลิกศพให้เสร็จโดยเร็วได้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยอาจมอบหมายให้เจ้าพนักงานปกครอง นิติกร หัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่ม หัวหน้าฝ่าย ผู้อำนวยการส่วน ผู้อำนวยการกอง และผู้อำนวยการสำนัก กรมการปกครอง ที่ได้รับการแต่งตั้งและมอบหมายท้องที่ที่รับผิดชอบจากอธิบดีกรมการปกครองในท้องที่อื่น คนหนึ่งคนใด หรือหลายคน เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพกับพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวนและแพทย์ได้ โดยให้พนักงานฝ่ายปกครองแห่งท้องที่ที่รับผิดชอบที่ศพนั้นอยู่เป็นผู้ลงชื่อในรายงานการชันสูตรพลิกศพของพนักงานสอบสวน

ข้อ 9  การปฏิบัติหน้าที่
(1) เมื่อได้รับแจ้งเหตุการตายจากพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานฝ่ายปกครองที่ได้รับการแต่งตั้ง บันทึกรายการที่ได้รับแจ้งลงในแบบรายงานประจำวันรับแจ้งเหตุการชันสูตรพลิกศพตามแบบ ชศ. 1 แล้วรายงานให้ผู้บังคับบัญชาจนถึงปลัดกระทรวงหมาดไทยทราบ ตามแบบ ชศ. 2 และบันทึกการออกไปชันสูตรพลิกศพลงในแบบ ชศ. 3 ท้ายข้อบังคับนี้
(2) เมื่อไปถึงสถานที่เกิดเหตุ
(ก) ตรวจสอบว่า ผู้ร่วมชันสูตรพลิกศพมีครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดให้ร่วมปรึกษาหารือข้อยุติร่วมกันก่อน
(ข) บันทึกภาพผู้ตายตามสภาพที่พบครั้งแรกพร้อมสิ่งของ และสถานที่บริเวณข้างเคียง หรือร่องรอยที่ปรากฏต่าง ๆ
(ค) ตรวจสถานที่เกิดเหตุหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพพร้อมสภาพศพและวัตถุสิ่งของต่าง ๆ โดยละเอียดและบันทึกลงในแบบการตรวจที่เกิดเหตุ ตามแบบ ชศ. 4 ท้ายข้อบังคับนี้
(ง) ทำแผนที่ที่เกิดเหตุ ลงในแบบแผนที่ที่เกิดเหตุ ตามแบบ ชศ. 5 ท้ายข้อบังคับนี้
(จ) ร่วมพิจารณาการทำแผนที่ที่เกิดเหตุกับผู้ชันสูตรพลิกศพอื่น
(ฉ) ร่วมตรวจสิ่งของ อาวุธ ยานพาหนะ หรือวัตถุอื่น ๆ ของคนตายหรือที่พบศพในสถานที่เกิดเหตุ
(ช) ร่วมทำบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรพลิกศพกับผู้ชันสูตรพลิกศพอื่น ๆ เพื่อแสดงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด ถ้าตายโดยคนทำร้ายให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทำร้ายเท่าที่จะทราบได้ ตามแบบรายงานการชันสูตรพลิกศพของพนักงานสอบสวน ให้พิจารณาทุกประเด็นอย่างละเอียดรอบคอบก่อนทำความเห็นร่วม เนื่องจากผู้ที่ทำการชันสูตรพลิกศพ อาจถูกเรียกเป็นพยานในชั้นการไต่สวนของศาลหรืออาจตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาได้ เสร็จแล้วให้สำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพดังกล่าวรายงานผู้บังคับบัญชา และกระทรวงมหาดไทย

ข้อ 10  เมื่อทำการชันสูตรพลิกศพแล้วเสร็จ นอกจากร่วมบันทึกลงในแบบรายงานการชันสูตรพลิกศพของพนักงานสอบสวนแล้ว ให้บันทึกผลการชันสูตรพลิกศพลงในบันทึกผู้ชันสูตรพลิกศพ ตามแบบ ชศ. 6 ท้ายข้อบังคับนี้ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและรายงานผลการชันสูตรพลิกศพต่อผู้บังคับบัญชา

ข้อ 11  กรณีที่มีความเห็นไม่ตรงกันและไม่อาจลงชื่อในแบบรายงานการชันสูตรพลิกศพของพนักงานสอบสวนได้ ให้บันทึกความเห็นแย้งไว้ในบันทึกผู้ชันสูตรพลิกศพตามแบบ ชศ. 7 ท้ายข้อบังคับนี้ มอบให้พนักงานสอบสวนหนึ่งชุด พร้อมบันทึกให้ทราบว่ามีความเห็นแย้งไว้ในแบบรายงานการชันสูตรพลิกศพของพนักงานสอบสวนและรวบรวมรายงานตามข้อ 15

ข้อ 12  ในกรณีที่มีการตายเกิดขึ้น โดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องสอบสวนผู้ที่ทำให้ตายเป็นผู้ต้องหานั้น กรณีนี้ให้ถือปฏิบัติตามข้อบังคับ ที่ 1/2509 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2509 เรื่อง ระเบียบการสอบสวนคดีอาญาในจังหวัดอื่น นอกจากจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีข้อ 13 ด้วย โดยพนักงานฝ่ายปกครอง ผู้ทำหน้าที่ชันสูตรพลิกศพคดีนั้นแจ้งเตือนให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ รีบแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอ แล้วแต่กรณี ทราบ เพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยที่ 1/2509 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2509 โดยด่วน

ข้อ 13  ห้ามมิให้เจ้าพนักงานผู้ทำให้ตายหรือผู้ควบคุมผู้ตายเป็นผู้ชันสูตรพลิกศพและหรือเป็นพนักงานสอบสวนคดีนั้น และห้ามมิให้บันทึกคำพยานหลักฐานด้วยตนเอง เว้นแต่บันทึกคำชี้แจงแสดงรายละเอียดที่เกิดขึ้นเพื่อมอบให้ผู้ชันสูตรพลิกศพทราบ

ข้อ 14  เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่การชันสูตรพลิกศพทั้งในจังหวัดอื่นและกรุงเทพมหานคร เป็นไปด้วยความเรียบร้อยชัดเจน เหมาะสมและต่อเนื่อง ให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งหรือมอบหมายพนักงานฝ่ายปกครองตามข้อ 5 ปฏิบัติหน้าที่ชันสูตรพลิกศพไว้ให้ชัดเจนโดยทำเป็นหนังสือ ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดให้ทราบว่าใคร ตำแหน่งอะไร สังกัดใด ให้ทำหน้าที่อะไร พื้นที่ใด เวลาใด และรายงานการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร  ทั้งนี้ ให้รวมถึงผู้บังคับบัญชาด้วย

ข้อ 15  ให้กิ่งอำเภอ อำเภอและจังหวัดรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ตามลำดับชั้นให้กรมการปกครองทราบ วิธีการรายงานให้ส่งสำเนาคู่ฉบับหรือสำเนาภาพถ่ายบันทึกผู้ชันสูตรพลิกศพ ตามแบบ ชศ. 6 หรือบันทึกผู้ชันสูตรพลิกศพ ตามแบบ ชศ. 7 ท้ายข้อบังคับนี้ จำนวนหนึ่งฉบับ และสำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพของพนักงานสอบสวน จำนวนหนึ่งฉบับ

ข้อ 16  ผู้ทำการชันสูตรพลิกศพ มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนหรือค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง และค่าเช่าที่พัก ตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

ข้อ 17  ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา และปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมแบบรายงานต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสมเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้


ประกาศ ณ วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2543
นายชำนิ   ศักดิเศรษฐ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รักษาราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย



นฤตยา/ผู้จัดทำ
3 พฤศจิกายน 2553

เอกฤทธิ์/ตรวจ
22 พฤศจิกายน 2553




[1] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117/ตอนพิเศษ 35 ง/หน้า 10/12 เมษายน 2543

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย : กรรมการหมู่บ้านฯ 2551

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเป็นกรรมการหมู่บ้าน การปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๑                         อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ และมาตรา ๒๘ ตรี แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า  “ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การเป็นกรรมการหมู่บ้าน การปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๑ ” ข้อ ๒ [ ๑]   ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัด...

ระเบียบกระทรวง มท : การช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ชรบ. 2551

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการช่วยเหลือเจ้าพนักงานของหน่วยกำลังคุ้มครอง และรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๑                    ด้วยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดอื่น ๆ ที่มีสถานการณ์ด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย จังหวัดและอำเภอได้มีการจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ทั้งในหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง และหมู่บ้านปกติ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับมาตรา ๙๔ มาตรา ๙๕ และมาตรา ๑๐๒ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ และมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า  “ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการช่วยเหลือเจ้าพนักงานของหน่วยก...

สรุป : พรบ.ปกครองท้องที่ 2457 (KPI)

เรียบเรียงโดย  : อาจารย์บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ และคณะ ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ  : รศ.ดร.ปธาน สุวรรณมงคล การปกครองท้องที่ เริ่มต้นในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ด้วยทรงมีพระราชดำริให้มีการจัดระเบียบการปกครองระดับ “หมู่บ้าน” ที่มีมาแต่เดิมขึ้นใหม่ เพราะทรงเล็งเห็นว่าการปกครองในระดับนี้จำเป็นและสำคัญยิ่งใน การบริหารราชการแผ่นดิน  เนื่องจากเป็น หน่วยการปกครองที่ใกล้ชิดกับราษฎรมากที่สุด โดยได้ทรงให้มีการทดลองจัดระเบียบการปกครองตำบล หมู่บ้าน ขึ้นที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อ ร.ศ. 111 (พ.ศ. 2435) โดยให้ราษฎรเลือก ผู้ใหญ่บ้านแทนการแต่งตั้งโดย เจ้าเมือง  ต่อมาจึงได้มีการจัดระเบียบการปกครองตำบล หมู่บ้าน ตามหัวเมืองต่างๆ โดยตราเป็น พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ร.ศ. 116  (พ.ศ.2440) ซึ่งถือเป็น กฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ ฉบับแรกของประเทศไทย จนถึงสมัย รัชกาลที่ 6  ได้มีการตราพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 ขึ้นใช้บังคับแทน [1] เนื้อหา  [ ซ่อน ]  1 ความสำคัญของลักษณะการปกครองท้องที่ 2 หมู่บ้...